ความเป็นมาของธุรการโครงการคืนครูให้นักเรียน
ด้วยนโยบายรัฐบาลซึ่งมี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี แถลงต่อรัฐสภา ในด้านการศึกษาว่า การปฏิรูปการศึกษาทั้งระบบ โดยปฏิรูปโครงสร้างและการบริหารจัดการ ปรับปรุงกฎหมายให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญและระดมทรัพยากร เพื่อการปรับปรุงการบริหารการศึกษา ตั้งแต่ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานถึงระดับอุดมศึกษา การพัฒนาครู การพัฒนาระบบการคัดเลือกเข้าสู่มหาวิทยาลัย พัฒนาหลักสูตร รวมทั้งปรับหลักสูตรวิชาแกนหลัก รวมถึงวิชาประวัติศาสตร์ปรับปรุงสื่อการเรียนการสอน พัฒนาทักษะในการคิด วิเคราะห์ ปรับบทบาทการศึกษานอกโรงเรียนเป็นสำนักงานศึกษาตลอดชีวิต จัดให้มีศูนย์การศึกษาตลอดชีวิต เพื่อการเรียนรู้ที่เหมาะสมในแต่ละพื้นที่ ตลอดจนการส่งเสริมการกระจายอำนาจให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา เพื่อนำไปสู่เป้าหมายคุณภาพการศึกษา และการเรียนรู้ที่มุ่งเน้นคุณธรรมนำความรู้อย่างแท้จริง
ประกอบกับแนวทางในการกำหนดอัตรากำลังข้าราชการครูในโรงเรียนของสำนักงานคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาให้มีการแบ่งสายงานในโรงเรียนเป็น 3 ส่วนด้วยกัน คือ ส่วนผู้บริหารโรงเรียน ส่วนของครูผู้สอน และส่วนของบุคลากรทางการศึกษาอื่นในโรงเรียน ทั้งนี้ เพื่อจำแนกภารกิจและความรับผิดชอบของบุคลากรในโรงเรียนให้ชัดเจน โดยมีหลักการ สำคัญ คือ ผู้เป็นครูสอนมักจะมีภารกิจเพียงจัดการเรียนการสอน และรับผิดชอบต่อคุณภาพของนักเรียน นั่นคือการกำหนดชั่วโมงสอน การเตรียมการสอน และการตรวจงานนักเรียน นั่นคือภารกิจหลังสอน ส่วนภารกิจอื่น ๆ นั้นครูจะไม่ต้องปฏิบัติ เอาเวลาราชการที่มีอยู่ใช้ประโยชน์เพื่อนักเรียนโดยตรง ประกอบกับแนวนโยบายของรัฐบาลและการกระตุ้นเศรษฐกิจตามโครงการเพิ่มศักยภาพผู้ว่างงานเพื่อสร้างมูลค่า ทางเศรษฐกิจและสังคมในชุมชน(โครงการต้นกล้าอาชีพ) จึงได้เกิดโครงการคืนครูให้นักเรียน ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานเกิดขึ้น
โดยความต้องการของสำนักงานคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐานที่จะมีบุคลากรทางการศึกษาอื่นให้แก่โรงเรียน จำนวนทั้งสิ้น 31,501 โรงเรียน 76 ศูนย์การศึกษาภาคพิเศษ นั้นจะมีอยู่ประมาณ 48,000 คน แต่ด้วยข้อจำกัดด้านงบประมาณจึงเสนอต่อ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ให้ขออัตราจากโครงการต้นกล้าอาชีพของรัฐบาลมาให้แก่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในปีแรกนี้จำนวน 14,532 คน และก็ได้การตอบสนองจากรัฐบาลด้วยดีตามนโยบายที่แถลงต่อรัฐสภาในเบื้องต้นและประการสำคัญคือ ได้รับการตอบรับจากบัณฑิตผู้ว่างงาน จากทั่วประเทศ โดยการสมัครเข้ารับการคัดเลือกตามโครงการคืนครูให้นักเรียนนี้ถึง 145,654 คน แต่รับได้เพียง 14,532 คนและสำรองไว้เพียง 468 คน รวม 15,000 คน เท่านั้น (สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. 2552)
นายรรรรรร รันรัตติยา
ประวัติการก่อตั้งสมาพันธ์
ตามที่สำนักงานคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีนโยบายจัดสรรบุคคลเข้าทำงานธุรการในสถานศึกษาโครงการคืนครูให้นักเรียน (SP2) ซึ่งช่วยลดภาระงาน การสอนของครูเพื่อให้ครูได้ทำการจัดการเรียนการสอนอย่างเต็มที่ โดยได้มีการจัดสรรตำแหน่งครูธุรการขึ้น จำนวน 14,532 อัตรา
ทั่วประเทศ ซึ่งสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแต่ละเขตได้ทำการแบ่งการทำงานออกแบ่งเป็น 4 กลุ่ม ดังนี้ โดยกลุ่มแรกทำงาน 1 โรงเรียน,2 โรงเรียน,3 โรงเรียนและ 4 โรงเรียน ซึ่งส่วนมากครูธุรการจะได้ทำงาน 2-3 โรงเรียน ทำให้มีปัญหามากมายในการปฏิบัติหน้าที่ของครูธุรการในสถานศึกษา
จากเหตุผลดังกล่าว มีเจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียนหลายคนที่มีความคิดเห็นตรงกันได้รวมกลุ่มเพื่อที่จะหาวิธีการและแนวทางในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นเพื่อลดปัญหาในการทำงาน เพื่อพัฒนา ประสานงานและสร้างความเข้มแข็งตามโครงการคืนครูให้นักเรียน เพื่อให้ได้เลื่อนเป็นพนักงานราชการของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จากการประสานงานของนายเกรียงศักดิ์ สว่างโศก เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียนบุ้งค้าวิทยาคม จังหวัดยโสธรและนายวิศาสบุตร ศิลปชัย เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียนจังหวัดหนองคาย ได้นัดหมายการประชุมเพื่อก่อตั้งสมาพันธ์เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียนภาคอิสาน ขึ้นในวันที่ 8-9 ตุลาคม 2554 ณ ห้องประชุม 72 ปี ดร.ประภา ภักดิ์โพธิ์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่นเขต 1 ได้รับเกียรติจากท่านกฤษณ์ ศรีสุภะ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่นเขต 1 เป็นประธานในพิธี โดยมีนายรรรรรร รันรัตติยา เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียนบ้านดอนหญ้านาง จังหวัดขอนก่น เป็นผู้กล่าวรายงานการประชุม
หลังจากการประชุมวันที่ 9 ตุลาคม 2554 ได้มีการเขียนระเบียบข้อบังคับของสมาพันธ์และเลือกประธานสมาพันธ์ การประชุมจึงมีมติเป็นเอกฉันท์ให้นายสุรพงษ์ วิทยัน ดำรงตำเหน่งประธานสมาพันธ์เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียนภาคอิสาน เพื่อดำเนินการตามข้อเรียกร้องของสมาพันธ์ โดยวัตถุประสงหลักในการก่อตั้งครั้งนี้ เพื่อแก้ไขปัญหาการทำงานและเพื่อให้มีความมั่นคงในอาชีพของเจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สืบไป
นายรรรรรร รันรัตติยา